เคล็ดไม่ลับกับวันแรกที่รับลูกสุนัขมาเลี้ยง

เลือกเวลาที่เงียบสงบในการเริ่มนำลูกสุนัขมาเริ่มเลี้ยงที่บ้าน จากนั้นปล่อยให้เขาทำความคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ในบ้านก่อนที่เขาจะทำความรู้จักกับสมาชิกอื่น ๆ ในบ้าน คุณควรสอนเด็ก ๆ ในบ้านว่าสุนัขไม่ใช่ตุ๊กตา ดังนั้นควรให้เขาพักผ่อนโดยทิ้งช่วงเล่นกับเขาบ้าง ค่อย ๆ สร้างความคุ้นเคยกับสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ในบ้าน และแยกการให้อาหารจากกันภายใต้การดูแลของคุณ
ใช้กรงหรือตระกร้าที่มีกลิ่นของสัตว์เลี้ยงตัวใหม่สร้างความคุ้นเคยกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ก่อนที่จะเจอกัน หรือสัมผัสโดยตรง ในเวลากลางคืนลูกสุนัขอาจจะรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะเขาเคยอยู่กับลูกสุนัขหลายตัว เขาอาจจะแสดงพฤติกรรมกระวนกระวาย คุณสามารถช่วยผ่อนคลายความกังวลของเขาได้โดยการนำขวดน้ำอุ่น (ห่อด้วยผ้าห่ม) ตุ๊กตา นาฬิกาที่มีเสียง เปิดวิทยุเบาๆ ในบริเวณที่เขานอน อย่าไปหาเขาทุกครั้งที่เขาส่งเสียงร้อง และไม่ควรตะคอกใส่เขา 
     แม้ว่าการดูแลสุขภาพจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่คุณควรรอจนเขาคุ้นเคยกับคุณและคนในบ้านก่อนจึงนำเขาไปพบสัตวแพทย์เพื่อการฉีดวัคซีน ยกเว้นคุณจะพบว่ามีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นกับเขาก่อนช่วงระยะเวลาดังกล่าว
Credit: สพ.ญ. ไพลิน ปีติสันต์

วิธีสังเกตง่ายๆว่าลูกสุนัขป่วยหรือไม่

  • สัตว์เลี้ยงมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น ซึม เบื่ออาหาร รวมทั้งอาจจะมีอาการเห่าร้องมากกว่าปกติ
  •  มีลักษณะที่ปรากฏทางร่างกายเปลี่ยนไป เช่น มีน้ำมูกเหนียว และน้ำตามากกว่าปกติ ขนร่วง เหงือกและหนังตามีสีเปลี่ยนไป อาจมีสีซีดหรือเข้มกว่าปกติ (โดยปกติสีชมพู)
  • จมูกแห้งแตกเป็นอาการไม่ปกติ เพราะโดยธรรมชาติ จมูกสุนัขจะชุ่มชื้นอยู่เสมอ
  • ถ้าลูกสุนัขอุจจาระเหลว หรือมีเลือดปนมาอาจมีการติดเชื้อบางอย่าง
  • มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น อาเจียน มีไข้ หายใจหอบ
Credit: สพ.ญ. ไพลิน ปีติสันต์

สุดยอดเทคนิค! การฝึกขับถ่ายให้ลูกสุนัขอย่างมืออาชีพ

หลายคนอาจคิดว่าการขับถ่ายของลูกสุนัขเป็นเพียงเรื่องการดูแลสุขลักษณะอนามัยของบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเรามองลึกไปถึงเรื่องพฤติกรรมจะพบว่า ลูกสุนัขที่มีปัญหาในการขับถ่าย อุจจาระ ปัสสาวะเรี่ยราดไม่เป็นที่ จะมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมต่าง ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่ฟังคำสั่ง และยิ่งหากเลี้ยงน้องหมาหลายตัวก็อาจจะมีปัญหาการปัสสาวะทับที่ การปัสสาวะเรี่ยราดเพื่อแสดงอาณาเขต แสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้ทรัพย์สินทั้งของเราและของผู้อื่น ดังนั้น การสร้างสุขลักษณะนิสัยที่ดีของลูกสุนัขตั้งแต่เริ่มต้น จึงขึ้นอยู่กับก้าวแรกของการฝึกวินัยในการขับถ่ายนั่นเองค่ะ

เทคนิคฝึกขับถ่ายให้ลูกสุนัข

     การพาลูกสุนัขไปขับถ่ายควรพาไปเป็นเวลาเดิมของทุก ๆ วันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่ลูกสุนัขจะสามารถรู้เวลาขับถ่ายของพวกเขาเองได้ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้เลี้ยงจัดสรรตารางเวลาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยเทคนิคในการฝึกลูกสุนัขให้ขับถ่ายนั้นมีอยู่ 3 เทคนิคดังนี้ค่ะ
1. ฝึกลูกสุนัขขับถ่ายในถาดรองปัสสาวะ
     ให้ผู้เลี้ยงสังเกตลูกสุนัข ถ้าพวกเขาแสดงพฤติกรรมว่ากำลังขับถ่ายให้ออกคำสั่งว่า “ไม่” พร้อมกับทำมือตั้งฉาก แล้วพาพวกเขาไปยังถาดรองปัสสาวะ พร้อมให้ขนมเป็นรางวัลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีเมื่อมาอยู่บนถาดรองปัสสาวะ เริ่มแรกพวกเขาจะปฏิเสธแต่เราจะต้องออกคำสั่งห้าม ไม่อนุญาตให้พวกเขาออกจากถาดรองปัสสาวะจนกว่าจะทำธุระเสร็จ เมื่อลูกสุนัขขับถ่ายเสร็จแล้ว ควรให้ขนมเป็นรางวัลขณะที่พวกเขายังยืนอยู่ที่ถาดปัสสาวะ จะได้รู้ว่า เมื่อพวกเขาขับถ่ายที่นี่จะมีรางวัลหรือสิ่งดี ๆ เกิดขึ้น ควรทำอย่างนี้เป็นประจำจนกว่าพวกเขาจะสามารถขึ้นไปขับถ่ายบนถาดรองปัสสาวะได้ด้วยตัวเองค่ะ
2. ฝึกลูกสุนัขให้ขับถ่ายนอกบ้าน 
     ถึงแม้ลูกสุนัขจะอาศัยอยู่ภายในบ้าน แต่ก็ควรฝึกพวกเขาให้ขับถ่ายนอกบ้านด้วย ไม่เช่นนั้น เมื่อพาพวกเขาออกไปข้างนอกเค้าจะไม่คุ้นชินกับการขับถ่ายแปลกพื้นที่ อาจจะอั้นปัสสาวะ อุจจาระ ทำให้เจ็บป่วยได้ในเวลาต่อมา วิธีฝึกก็ง่าย ๆ ค่ะ เมื่อถึงเวลาที่ลูกสุนัขจะต้องขับถ่าย หรือ เห็นว่าพวกเขามีพฤติกรรมว่าต้องการขับถ่าย ให้ใส่สายจูงพาออกนอกบ้าน โดยจะพาไปยังจุดที่เตรียมไว้สำหรับขับถ่ายให้น้องหมาโดยเฉพาะ เช่น สนามหญ้าหน้าบ้าน พร้อมกับออกคำสั่ง “ฉี่ตรงนี้” ให้พวกเขาจดจำคำสั่ง ซึ่งช่วงแรกพวกเขาจะดม ๆ อยู่นานกว่าจะขับถ่าย ให้เราออกคำสั่งเรื่อย ๆ อย่างชัดเจน จนกว่าพวกเขาจะขับถ่ายค่ะ เมื่อขับถ่ายเสร็จแล้วก็ให้ขนมเป็นรางวัล เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกสุนัขนะคะ
3. ฝึกลูกสุนัขไม่ให้ปัสสาวะทับที่หรือใส่สิ่งของ
     ลูกสุนัขที่วัยประมาณ 3 – 4 เดือนจะเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นโดยเฉพาะเพศผู้ พวกเขาจะเริ่มแสดงอำนาจเหนือและแสดงอาณาเขตด้วยวิธีการปัสสาวะตามจุดต่างๆ ในบ้าน ผู้เลี้ยงควรสังเกตลูกสุนัขอย่างใกล้ชิด เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังปัสสาวะเพื่อแสดงอาณาเขตให้ออกคำสั่งว่า “ไม่” แล้วพาเค้าออกจากพื้นที่นั้น จากนั้นให้เบี่ยงเบนความสนใจด้วยขนมหรือของเล่นสุดโปรดที่พวกเขาชอบ ให้ฝึกอย่างนี้เป็นประจำพวกเขาจะจดจำคำสั่งได้
ในทุกครั้งหลังจากลูกสุนัขขับถ่าย ผู้เลี้ยงก็ต้องไม่ลืมเช็ดทำความสะอาดอวัยวะขับถ่ายของลูกสุนัขด้วยสำสีชุบน้ำ ก่อนจะซับด้วยสำลีแห้งตามอีกครั้งเพื่อป้องกันการอับชื้นด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ลูกสุนัขสุดรักก็จะมีทั้งคุณภาพชีวิตและพฤติกรรมที่ดีพร้อมสมบูรณ์แล้วล่ะค่ะ 
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://pedigree.co.th/

4 ทริคสำหรับคนโสด เลี้ยงหมายังไงให้ได้แฟน !!

 

ใครกำลังโสดอยู่บ้างยกมือหน่อยจ้า !! เพื่อน ๆ หลายคนที่กำลังโสดอยู่อาจเชื่อว่า ตัวเองอาจไม่มีดวงเรื่องความรัก บ้างก็เลยเลือกทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองไม่รู้สึกเหงา เช่น หาหนังสือมาอ่านเป็นเพื่อน ออกกำลังกาย ท่องเที่ยวตามความฝัน นัดสังสรรค์กับเพื่อน ๆ หรือบางคนก็อาจจะเลือกหาน้องหมาสักตัวมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อคลายความเหงา … ซึ่งความน่ารักขี้เล่นของน้องหมาก็ได้ช่วยเข้ามาเติมเต็มความสุข ทำให้มีรอยยิ้มได้ และคลายความเหงาลงได้ แต่จริง ๆ แล้วการมีน้องหมาในชีวิต เราก็ไม่จำเป็นต้องโสดตลอดไป และในบางครั้งน้องหมานี่แหละที่อาจทำหน้าที่เป็น กามเทพซุกซนที่แผลงศรปักลงหัวใจให้คนโสดหลาย ๆ คู่ได้พบกับความรักที่รอคอยมานานก็ได้ค่ะ

เทคนิคการเลี้ยงการดูแลน้องหมา ในวันนี้ ปังปอนด์ก็เลยจะชวนเพื่อน ๆ คนรักน้องหมาที่หัวใจยังว่าง มาเรียนรู้ทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพิ่มโอกาสให้คนโสดได้มีคู่กับเขาสักที จะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ

1.สวนสาธารณะ สวนแห่งรัก

วิธีหนึ่งที่เราจะสร้างความคุ้นเคย ความผูกพันระหว่างเรากับน้องหมาให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นก็คือ การหากิจกรรมต่าง ๆ ทำร่วมกันกับน้องหมา ในวันว่างเพื่อน ๆ หลายคนก็อาจจะหากิจกรรมต่าง ๆ ทำกับน้องหมากันเป็นปกติ เช่น การกอด อุ้ม จับน้องหมาอาบน้ำ วิ่งเล่นสนุก ฝึกทักษะอยู่ในบ้าน แต่สำหรับคนโสดแล้ว เราต้องอย่าปล่อยโอกาสดี ๆ ให้หลุดมือไปค่ะ … จากเดิมที่เคยอยู่บ้านกับน้องหมา ในวันหยุดก็อาจจะลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการพาน้องหมาไปเปิดหูเปิดตา ออกกำลังกายนอกบ้าน เช่น วิ่งเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน  เอาขนมหรือของเล่นไปฝึกทักษะต่าง ๆ  เล่นจานร่อน ฯลฯ ให้ทั้งน้องหมาและตัวเราได้ออกไปเจอผู้คน สังคมใหม่ ๆ หรือถ้าหากใครไม่สะดวกพาน้องหมาไปสวนสาธารณะก็อาจจะใช้วิธีใส่สายจูงแล้วพาน้องหมาวิ่งออกกำลังกายรอบหมู่บ้านก็ได้เช่นกันค่ะ

นอกจากเราและน้องหมาจะได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจากการวิ่งเล่น เดินเล่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายไม่เจ็บป่วยกันง่าย ๆ แล้ว บอกเลยว่า ดีไม่ดีงานนี้หนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่ได้เห็นโมเมนต์น่ารัก ๆ ของเรากับน้องหมาก็อาจจะเข้ามาทักทาย แลกไลน์ แลกเบอร์พูดคุยเรื่องน้องหมา สานความสัมพันธ์จนกลายเป็นคนรู้ใจก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นคนโสดอย่ามัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจพลาดโอกาสดี ๆ ไปก็ได้นะ … ว่าแล้วก็วางแผนเลยว่าในวันหยุดนี้จะพาน้องหมาไปออกกำลังกายที่ไหนดี ^_

2.พาน้องหมา พบคุณหมอ

น้องหมาจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงได้ ปัจจัยสำคัญมักจะขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงและความใส่ใจของเจ้าของนะคะ ถ้าอยากให้นอ้งหมามีสุขภาพดี มีอายุยืนยาว ทุก ๆ 6 เดือนแนะนำให้เพื่อน ๆ พาน้องหมาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ ฉีดวัคซีนตามโปรแกรม และหากสังเกตพบความผิดปกติตามร่างกายภายนอกและภายใน เช่น เกิดตุ่มแดง ผิวหนังมีขุย เปียกเยิ้ม พบก้อนเนื้อปูดนูนบนผิวหนัง สะบัดหูตลอดเวลา ดวงตาไม่สดใส มีอาการซึม  อาเจียน ท้องเสียแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ แต่ควรพาน้องหมาไปหาคุณหมอทันทีเพื่อเช็กอาการ เราจะได้ทราบวิธีการป้องกัน รักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เรารับมือกับโรคที่จะเกิดขึ้นกับน้องหมาได้ทัน

ถ้าน้องหมาป่วยและมีนัดก็อย่าเบี้ยวนัดการรักษาเพราะหนึ่งชีวิตของน้องหมาสำคัญมาก ๆ ค่ะ หากต้องการคำแนะนำอะไรเพิ่มเติมก็ถามคุณหมอให้ไปเข้าใจ และไม่ควรรักษาน้องหมาเองแบบผิด ๆ ถูก ๆ แต่ควรถามคุณหมอให้แน่ใจ … ถามไปถามมางานนี้อาจจะสปาร์คกับคุณหมอแบบไม่ทันตั้งตัว ได้สิทธิ์รักษาน้องหมาฟรี ๆ กันไปตลอดชีวิต อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยค่ะ เพราะคนรักสัตว์เหมือนกัน คุยอะไร ๆ ก็มักจะลงล็อค คลิกกันแบบง่าย ๆ เลยนะเออ

3.พบปะ เดินชิลล์ในงานแฟร์

เดี๋ยวนี้ห้างสรรพสินค้า รวมถึงคอมมูนิตี้มอลล์ ต่างก็ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรักสุนัขมากขึ้น เห็นได้จากการจัดงานแฟร์และกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับคนรักสัตว์กันแทบจะทุกเดือนทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ซึ่งงานแฟร์ต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ได้มีดีแค่สินค้า บริการที่คัดสรรมาเพื่อสัตว์เลี้ยง หรือกิจกรรมดี ๆ ภายในงานเท่านั้นนะคะ … แต่น้องหมาที่น่ารักของเรายังได้มีโอกาสเจอเพื่อนสี่ขาใหม่ ๆ ได้เรียนรู้การเข้าสังคม ปรับอารมณ์ให้มั่นคง ช่วยส่งเสริมทำให้น้องหมามีสุขภาพจิตที่ดี รวมถึงงานแฟร์สัตว์เลี้ยงยังเป็นสถานที่สำคัญที่คนรักสัตว์จะได้มารวมตัวกัน แลกเปลี่ยนความคิด วิธีการเลี้ยงน้องหมา ได้พบกับมิตรภาพดี ๆ เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเราเองได้รู้จักสังคมใหม่ ๆ ได้เพื่อนใหม่ ๆ ที่คุยภาษาเดียวกันค่ะ

บอกเลยว่า งานแฟร์สำหรับคนรักสัตว์เป็นงานที่เจ้าของน้องหมาทุก ๆ คนไม่ควรพลาดโอกาสดี ๆ ในการพาน้องหมาไปเดินชิลล์ ๆ ค่ะ เพราะบางทีการได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ สร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันก็อาจจะนำแต่เรื่องดี ๆ มาสู่ตัวเรา คนที่โสดอยู่ก็อาจจะได้สานสัมพันธ์ เจอคู่แท้จากการได้รับมิตรภาพดี ๆ ภายในงานแฟร์สำหรับสัตว์เลี้ยงก็ได้ค่ะ … ขอแนะนำอีกอย่างสำหรับเจ้าของน้องหมาทุกคนที่พาน้องหมาไปงานแฟร์ สิ่งสำคัญคืออย่าลืมรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบความสะอาด พกถุงพลาสติก กระดาษชำระไว้คอยเช็ดอึ ฉี่ของน้องหมาเพื่อบรรยากาศที่ดีกันด้วยนะคะ

4.ฮิปสเตอร์สี่ขา หมาสื่อรัก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า ในบางครั้งน้องหมาก็ทำหน้าที่เป็นกามเทพสื่อรักให้คนโสดหลาย ๆ คนได้พบกับเนื้อคู่ … ใครที่กำลังโสดอยู่บอกเลยค่ะว่า การใส่ใจเลี้ยงน้องหมาสักตัวให้มีสุขภาพทั้งร่างกายที่แข็งแรงและมีสุขภาพจิตใจที่ดี กรูมมิ่งให้เป็นประจำจนตัวหอมน่ากอดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะนอกจากน้องหมาจะเป็นที่รักของคนในครอบครัวแล้ว ไม่ว่าจะพาน้องหมาไปไหนมาไหน น้องหมาที่มีสุขภาพดีและอารมณ์ดีก็มักจะส่องประกายความน่ารัก จนดึงความสนใจจากคนรอบข้าง รวมถึงหนุ่มสาวผู้รักสัตว์ให้เข้ามาทักทาย และเล่นด้วยได้ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เรามีโอกาสได้ทำความรู้จักกับผู้คนมากยิ่งขึ้นขึ้น

นอกจากนี้ เรื่องของสายพันธุ์น้องหมาก็มีส่วนในการดึงดูดให้ใครต่อใครก็ต้องแวะเข้ามาทักทายได้เช่นกันค่ะ โดยเฉพาะถ้าใครเลี้ยงน้องหมาสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นดูเก๋ไก๋ มีรสนิยม อย่างน้องหมาสายพันธุ์แนวฮิปสเตอร์อย่าง  ชิบะ อินุ , เฟรนช์ บูลล์ด็อก , เวสต์ ไฮแลนด์ ไวท์ เทอร์เรียร์ , บอสตัน เทอร์เรียร์ ฯลฯ (รวมพล! 10 สายพันธุ์น้องหมาแนวฮิปสเตอร์ ดูดี๊ดีมีเอกลักษณ์ ) ความเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวน้องหมาเหล่านี้ก็จะยิ่งช่วยให้น้องหมา “ดูมีอะไร”และ “น่าค้นหา” ทำให้หลายคนอยากเข้าใกล้มากขึ้น จนในบางครั้งน้องหมาที่ดูโดดเด่นเหล่านี้ก็เหมือนกามเทพสื่อรัก ดึงดูดคนดี ๆ ให้เข้ามาปิ๊งรักกับเจ้าของน้องหมาได้แบบง่าย ๆ เลยล่ะ

บทความโดย : Dogilike.com
ภาพประกอบ : https://www.flickr.com/

จริงหรือไม่? สุนัขตาบอดสี

การมองเห็น  นับเป็นคุณลักษณะหนึ่งที่พบได้ในสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์และสัตว์  สัตว์แต่ละชนิดนั้น  ย่อมมีความสามารถในการมองเห็นที่แตกต่างกันไปตามการดำรงชีวิต  ไม่เว้นแม้แต่  สัตว์เลี้ยงใกล้ตัวเราอย่าง “สุนัข”

มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า “สุนัขตาบอดสี”  หรือบางคนก็อาจเข้าใจว่า สุนัขมองเห็นภาพเป็นสีขาวและดำเท่านั้น  แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า สุนัข มองเห็นเหมือนอย่างที่คนเรามองเห็นกันหรือไม่?

ในความเป็นจริงแล้ว  สุนัขไม่ได้มองเห็นภาพแค่เพียงสีขาว-ดำ  สุนัขสามารถมองเห็นสีได้  แต่เป็นการมองเห็นสีได้ในระดับความถี่ที่จำกัด ซึ่งแตกต่างกันตาของคนเรานั่นเองค่ะ
การมองเห็นที่แตกต่างกันของคนและสุนัขนั้น  เนื่องมาจากความแตกต่างของโครงสร้างอวัยวะที่ใช้ในการมองเห็นที่สำคัญ  นั่นก็คือ  “ดวงตา”  ดวงตาจะมี  จอตาหรือ เรตินา ซึ่งมีเซลล์ที่ไวต่อแสงสองชนิดได้แก่  เซลล์รูปแท่ง  (rod cell)  ที่ไวต่อการรับแสงสว่าง  แต่ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของสีได้  และอีกชนิดหนึ่งคือ เซลล์รูปกรวย (cone cell) ซึ่งเป็นเซลล์ที่สามารถแยกแยะความแตกต่างของสีแต่ละสีได้

โดยปกติแล้ว  ตาของคนเราจะประกอบด้วย  เซลล์รูปกรวย จำนวน 3 ชุด (Trichromatism) ซึ่งในแต่ละชุดจะไวต่อแสงสีแดง  เขียว  และน้ำเงิน  แสงแต่ละสีที่กระทบจอตา จะกระตุ้นเซลล์ทั้ง 3 ชุด ให้ส่งสัญญาณไปยังสมองด้วยสัดส่วนต่างกัน  สมองจะผสมสัญญาณกลับเป็นสีต่าง ๆได้ครบเป็น การมองเห็นสีปกติ

แต่สำหรับตาของสุนัขนั้น จะประกอบด้วยเซลล์รูปกรวยรับสีเพียงแค่ 2 ชุด (Dichromatism)  ซึ่งขาดเซลล์รับแสงสีเขียว  ทำให้ไม่สามารถแยกแยะสีส้ม  แดง  เหลือง  และเขียวออกจากกันได้

ดังนั้น  สุนัขจึงมองเห็นคล้ายกับคนตาบอดสี  ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของสุนัขที่ไม่สามารถแยกแยะสีแดงและเขียวออกจากกันได้

 (ซ้าย : ภาพที่มนุษย์ปกติมองเห็น, ขวา : ภาพที่สุนัขมองเห็น)

นอกจากนี้แล้วความแตกต่างด้านปริมาณจำนวนของเซลล์รูปแท่งและเซลล์รูปกรวยในเรตินาของสุนัขและคน  ก็ยังส่งผลให้การมองเห็นของคนและสุนัขแตกต่างกันด้วย  โดยพบว่าตาของคนจะมีเซลล์รูปกรวยมากกว่าตาของสุนัข  นั่นหมายความว่า  ตาของคนจะสามารถมองเห็นสีได้มากกว่าตาสุนัข  ในขณะที่ตาของสุนัขจะมีปริมาณเซลล์รูปแท่งมากกว่าในตาของคน  ทำให้สุนัขมีความสามารถในการมองเห็นในที่มืดได้ดีกว่าคนนั่นเอง

ทั้งนี้ธรรมชาติต่างสร้างสรรค์ให้คนเราและสุนัขมีวิวัฒนาการระบบการมองเห็น  เพื่อความอยู่รอดและเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด  ดังนั้นคนออกหากินในเวลากลางวัน  การมองเห็นสีจึงมีความจำเป็นและสำคัญต่อมนุษย์  ในทางตรงกันข้ามสุนัขเป็นสัตว์ที่พัฒนามาจากสัตว์กินเนื้อและล่าเหยื่อ  จึงต้องการความสามารถในการมองเห็นในเวลากลางคืน  ดังนั้นจึงมีองค์ประกอบทางร่างกายที่ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดีกว่า  สำหรับสุนัขแล้วการมองเห็นในเวลากลางคืนจึงสำคัญกว่าการมองเห็นสีค่ะ

ความน่ารักและความแสนรู้ของสุนัข   ทำให้สุนัขกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นในบ้านมากที่สุดชนิดหนึ่ง  แต่หากเราเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของสุนัข  ก็จะช่วยให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมสุนัขได้ดียิ่งขึ้นนะคะ

 

อ้างอิง
–  นิตยสารโลกสัตว์เลี้ยง
–  http://th.wikipedia.org/wiki/หมา
–  http://megamisc.blogspot.com/2013/07/blog-post.html